ไข้เลือดออก ไข้ลงแล้วอย่าเพิ่งวางใจ !! รู้ทัน 7 สัญญาณอันตราย และยาที่ห้ามซื้อกินเอง
ไข้เลือดออก (Dengue) เกิดจากไวรัสเดงกี (Dengue virus) ที่แพร่โดยยุงลาย
ตอนแรกเป็นแค่ไข้สูง แต่ ช่วงที่อันตรายที่สุดมักมาตอน “ไข้ลง” องค์การอนามัยโลก (WHO) ประเมินว่าราวครึ่งหนึ่งของประชากรโลกเสี่ยงติดโรคนี้ และมีผู้ติดเชื้อราว 100–400 ล้านรายต่อปี
สำหรับประเทศไทย กรมควบคุมโรครายงานว่า ตั้งแต่ 1 มกราคมถึง 22 กรกฎาคม 2569 มีผู้ป่วยสะสม 16,094 ราย เสียชีวิต 26 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กวัยเรียนอายุ 10–19 ปี แต่อัตราป่วยตายสูงสุดในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป และ 40–49 ปี
ติดจากอะไร และติดต่อกันหรือไม่
- ติดจาก ยุงลายตัวเมียที่มีเชื้อกัด โดยเฉพาะยุงลายบ้าน (Aedes aegypti)
- ยุงลายกัดตอนกลางวัน ไม่ใช่เฉพาะกลางคืน
- โรคไม่ได้ติดต่อจากคนสู่คนโดยตรงในชีวิตประจำวัน แต่ถ้าผู้ป่วยถูกยุงกัด ยุงตัวนั้นอาจไปแพร่เชื้อให้คนอื่นต่อได้ กรมควบคุมโรคจึงแนะนำให้ผู้ป่วยทายากันยุง เพื่อไม่ให้แพร่เชื้อให้คนในบ้านและชุมชน
- เชื้อมี 4 สายพันธุ์ การติดเชื้อครั้งที่สองมีความเสี่ยงที่จะรุนแรงกว่าครั้งแรก
อาการ สังเกตให้ทัน
- ไข้สูงเฉียบพลัน (อาจสูงถึง 40 องศา)
- ปวดศีรษะมาก ปวดหลังลูกตา ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อ
- คลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ปวดท้อง
- อาจมีผื่นแดง
- มักไม่มีน้ำมูกหรือไอเหมือนไข้หวัด
อาการมักเริ่มประมาณ 4–10 วันหลังถูกยุงกัด และไข้มักอยู่ 2–7 วัน ส่วนใหญ่หายภายใน 1–2 สัปดาห์ แต่อาจเพลียต่อได้อีกหลายสัปดาห์
โรคแบ่งเป็น 3 ระยะ ซึ่งสำคัญมากที่ต้องรู้
| ระยะ | เกิดอะไรขึ้น | ต้องระวัง |
|---|---|---|
| 1. ไข้สูง | ไข้สูงต่อเนื่อง 2–7 วัน ปวดศีรษะ ปวดตัว | ไข้สูงเกิน 2 วัน ควรไปพบแพทย์ |
| 2. วิกฤต | เกิดหลังไข้เริ่มลง (เฉพาะบางราย) พลาสมารั่วออกจากหลอดเลือด อาจช็อกหรือเลือดออกได้ | ช่วงนี้อันตรายที่สุด ห้ามคิดว่าหายแล้ว |
| 3. ฟื้นตัว | อาการค่อยๆ ดีขึ้น | พักผ่อนต่อ บางรายใช้เวลาหลายสัปดาห์กว่าจะแข็งแรง |
7 สัญญาณที่ห้ามรอดูอาการ รีบไปโรงพยาบาลทันที
- ไข้สูงต่อเนื่องเกิน 2 วัน (ควรไปพบแพทย์ ไม่ต้องรอ)
- ปวดท้องมาก
- อาเจียนมาก อาเจียนไม่หยุด กินอาหารไม่ได้
- เลือดออกผิดปกติ เช่น เลือดกำเดา เลือดออกตามไรฟัน จุดเลือดออกตามผิวหนัง อาเจียนหรืออุจจาระมีเลือด
- ซึมลง กระสับกระส่าย อ่อนเพลียมาก
- มือเท้าเย็น ตัวซีดเย็น หรือหน้ามืดเมื่อลุกขึ้น
- หายใจเร็ว
WHO ระบุว่าสัญญาณทางร่างกายในข้อ 2–7 มักปรากฏ หลังไข้ลดลงแล้ว และผู้ที่มีสัญญาณเหล่านี้ควรไปพบแพทย์ทันที ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงเสียชีวิตตามข้อมูลกรมควบคุมโรค ได้แก่ ภาวะอ้วน โรคประจำตัว การไปรักษาล่าช้า และการได้รับยากลุ่ม NSAIDs
ยาที่ใช้ได้ และยาที่ห้ามซื้อกินเอง
ยังไม่มียาฆ่าเชื้อเดงกีโดยเฉพาะ การรักษาคือประคับประคองตามอาการ พักผ่อนและดื่มน้ำมากๆ
- ยาลดไข้ที่ใช้ได้คือพาราเซตามอล (paracetamol) ใช้ตามขนาดที่เหมาะสม ถ้าไม่แน่ใจขนาดยา ถามเภสัชกรได้
- ห้ามใช้ยากลุ่ม NSAIDs เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน ไดโคลฟีแนก และยาชุด เพราะเพิ่มความเสี่ยงเลือดออก และกรมควบคุมโรคระบุว่าอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงถึงเสียชีวิตได้
- ถ้ามีไข้สูงและสงสัยไข้เลือดออก อย่าซื้อยาแก้ปวดลดไข้กินเอง ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจและรับคำแนะนำ
ป้องกันได้ ตั้งแต่ที่บ้าน
ป้องกันยุงกัด
- สวมเสื้อผ้าที่ปกปิดผิวให้มากที่สุด
- ทายากันยุง (WHO ระบุสารที่ใช้ได้ เช่น DEET, Picaridin, IR3535)
- นอนในมุ้ง ติดมุ้งลวดที่ประตูหน้าต่าง แม้นอนกลางวัน เพราะยุงลายกัดตอนกลางวัน
กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย
- ปิดฝาภาชนะเก็บน้ำให้มิดชิด และเปลี่ยนน้ำหรือล้างภาชนะเก็บน้ำทุกสัปดาห์
- คว่ำภาชนะที่ไม่ใช้ และกำจัดขยะรอบบ้านที่อาจมีน้ำขัง
- ใส่ทรายอะเบทในภาชนะที่เก็บน้ำ
- ปฏิบัติตาม “3 เก็บ” คือ เก็บบ้านให้โปร่ง เก็บขยะเศษภาชนะ และเก็บน้ำให้มิดชิด
วัคซีนไข้เลือดออก
มีวัคซีนไข้เลือดออกที่ได้รับอนุมัติในบางประเทศ แต่เงื่อนไขการใช้ต่างกันและข้อมูลแต่ละแหล่งไม่ตรงกันทั้งหมด
- WHO ระบุว่าวัคซีน QDenga แนะนำเฉพาะผู้ที่อายุ 6–16 ปีในพื้นที่ที่มีการระบาดสูง
- US FDA ระบุว่า Dengvaxia ใช้ในผู้ที่อายุ 6–16 ปีที่มีผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันว่าเคยติดเชื้อเดงกีมาก่อน และอาศัยในพื้นที่ระบาดเท่านั้น
- รามาธิบดีระบุว่ามีวัคซีนสำหรับผู้ที่อายุ 4 ปีขึ้นไป ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีด
วัคซีนไม่ได้ป้องกันได้ 100% ยังต้องป้องกันยุงกัดและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ต่อไป และควรปรึกษาแพทย์ว่าเหมาะกับตัวเองหรือคนในบ้านหรือไม่
จำแค่ 3 ข้อนี้ก็พอ
ไข้สูงลอยๆ ไม่มีน้ำมูกไอ อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นหวัด จำไว้ 3 ข้อ: กำจัดแหล่งน้ำขังและป้องกันยุงกัดทั้งกลางวันกลางคืน ไข้สูงเกิน 2 วันให้ไปพบแพทย์ และกินยาลดไข้ได้เฉพาะพาราเซตามอล ห้ามยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs และยาชุด ส่วนตอนไข้ลง ถ้าปวดท้อง อาเจียนมาก เลือดออก ซึม หรือมือเท้าเย็น ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที
บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจรักษาของแพทย์
แหล่งอ้างอิง
- Dengue and severe dengue – องค์การอนามัยโลก (WHO), 21 สิงหาคม 2025
- DENGVAXIA – US FDA
- โรคไข้เลือดออก อาการ สาเหตุ รู้ทันป้องกันได้ – รามา แชนแนล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, 14 มีนาคม 2025
- กำจัดยุงลาย ป้องกันไข้เลือดออก – คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, 8 เมษายน 2564
- กรมควบคุมโรค สถานการณ์และคำแนะนำไข้เลือดออก – กรมควบคุมโรค, 27 กรกฎาคม 2569
ถามเภสัชกรของร้านได้ทาง LINE หรือโทรมาได้เลย (ถ้าอาการรุนแรง ให้ไปโรงพยาบาลทันที)