มือ เท้า ปาก ไม่ใช่แค่ร้อนใน !! รู้ทัน 7 สัญญาณที่ต้องรีบพาลูกไปโรงพยาบาล
โรคมือ เท้า ปาก (Hand, foot and mouth disease) คือโรคติดเชื้อไวรัสกลุ่มเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) พบบ่อยในเด็กเล็ก
ส่วนใหญ่หายเองได้ แต่บางรายเชื้อทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น สมองอักเสบหรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ กรมควบคุมโรครายงานว่า ตั้งแต่ 1 มกราคมถึง 1 กันยายน 2569 มีผู้ป่วยสะสม 53,362 ราย ส่วนใหญ่อายุ 0–4 ปี รองลงมาคือ 5–9 ปี และมักพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในโรงเรียนและศูนย์เด็กเล็ก โดยเฉพาะช่วงฤดูฝนและช่วงเปิดเทอม
อาการ สังเกตให้ทัน
- มีไข้ (ต่ำหรือสูงก็ได้)
- แผลหรือตุ่มแดงในปาก ที่ลิ้น เพดานปาก หรือกระพุ้งแก้ม คล้ายแผลร้อนใน
- ผื่นแดงหรือตุ่มน้ำใส ที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า ง่ามนิ้ว และอาจขึ้นที่ลำตัวหรือก้น
- เด็กเล็กมักงอแง ไม่ยอมกินอาหารหรือดื่มนม น้ำลายไหล หรือบ่นเจ็บปาก
ส่วนใหญ่หายเองภายใน 5–7 วัน
ติดต่อกันอย่างไร
- เชื้อออกมากับ น้ำลายและอุจจาระ ของผู้ป่วย
- ติดจากการ สัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อน แล้วเอามือเข้าปาก หรือรับประทานเข้าไป
- แพร่เชื้อได้ตั้งแต่เริ่มมีอาการ แพร่มากที่สุดในราว 7 วันแรก และหลังหายแล้วยังตรวจพบเชื้อในอุจจาระได้อีกระยะหนึ่ง
7 สัญญาณที่ห้ามรอดูอาการ รีบพาไปโรงพยาบาลทันที
- ไข้สูง
- กินอาหารและดื่มน้ำได้น้อยมาก
- ซึมลง
- ชัก เกร็ง
- อาเจียนมาก
- หายใจหอบเหนื่อย หรือหายใจเร็ว
- มือหรือขาสั่น เดินเซ หรือหมดสติ
อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น สมองอักเสบหรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ กรมควบคุมโรคระบุว่าถ้าเด็กมีอาการเหล่านี้ควรพาไปพบแพทย์ทันที
ดูแลลูกที่บ้านอย่างไร
โรคนี้รักษาตามอาการ ส่วนใหญ่หายเองใน 5–7 วัน
- มีไข้ ให้ใช้ยาลดไข้และเช็ดตัวลดไข้ ถ้าไม่แน่ใจขนาดยาสำหรับเด็ก ถามเภสัชกรได้
- ถ้าเด็กเจ็บปากมากจนกินหรือดื่มไม่ได้ และอ่อนเพลียมาก อาจต้องให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาลจนอาการดีขึ้น
- ถ้ามีอาการคัน แพทย์อาจให้ยาแก้แพ้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนให้ยา
- ให้เด็กหยุดเรียน 5 วันทำการ หรือจนกว่าจะหายเป็นปกติ และแจ้งโรงเรียนหรือศูนย์เด็กเล็กเพื่อช่วยค้นหาเด็กที่อาจป่วยเพิ่ม
ป้องกันการระบาดในบ้านและโรงเรียน
- ล้างมือด้วยน้ำและสบู่บ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนกินอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
- ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ ช้อน ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว
- ทำความสะอาดของเล่น ห้องน้ำ และพื้นผิวที่เด็กจับบ่อย ด้วยสบู่ น้ำยาล้างจาน หรือน้ำยาฟอกขาวที่เจือจางตามฉลาก
- คัดกรองเด็กทุกเช้าก่อนเข้าเรียน ดูไข้ ผื่น ตุ่มน้ำใส และแผลในปาก
- ถ้าพบเด็กป่วยตั้งแต่ 2 รายขึ้นไปในห้องเดียวกันภายใน 1 สัปดาห์ กรมควบคุมโรคแนะนำให้ปิดห้องเรียนอย่างน้อย 1 วัน และเฝ้าระวังต่ออีก 1 สัปดาห์
วัคซีน
ตามบทความของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี (ฉบับที่ 47 มกราคม 2566) มีวัคซีนป้องกันโรคมือ เท้า ปาก ชนิดเชื้อตาย สำหรับเด็กอายุ 6 เดือนถึง 5 ปี 11 เดือน ฉีด 2 เข็มห่างกัน 1 เดือน ป้องกันได้เฉพาะเชื้อ Enterovirus 71 (EV71) เท่านั้น ไม่ป้องกันสายพันธุ์อื่น ดังนั้นแม้ฉีดวัคซีนแล้วก็ยังต้องล้างมือและดูแลสุขอนามัยเหมือนเดิม ควรสอบถามแพทย์หรือสถานพยาบาลว่ามีบริการและเหมาะกับลูกหรือไม่
จำแค่ 3 ข้อนี้ก็พอ
มือ เท้า ปาก ส่วนใหญ่หายเองได้ จำไว้ 3 ข้อ: ล้างมือด้วยสบู่และน้ำ ให้เด็กป่วยหยุดเรียนจนหาย และถ้าลูกซึม ชัก เกร็ง กินดื่มไม่ได้ หายใจหอบ หรืออาเจียนมาก ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที ส่วนยาลดไข้สำหรับเด็ก ถามเภสัชกรก่อนซื้อ
บทความนี้เป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช้แทนการตรวจรักษาของแพทย์
แหล่งอ้างอิง
- กรมควบคุมโรค เตือน “โรคมือ เท้า ปาก” ในเด็กเล็ก แนะสถานศึกษา – กรมควบคุมโรค, 4 กันยายน 2569
- โรคมือเท้าปาก โรคระบาดในเด็กที่ต้องระวัง – รามา แชนแนล คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, 29 พฤษภาคม 2562
- รู้จักวัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปาก – นิตยสาร @Rama ฉบับที่ 47 คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, มกราคม 2566
- Hand, foot and mouth disease (HFMD) – องค์การอนามัยโลก ภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตก (WHO WPRO)
ถามเภสัชกรของร้านได้ทาง LINE หรือโทรมาได้เลย (ถ้าอาการรุนแรง ให้ไปโรงพยาบาลทันที)